หารือกฎหมายเอาผิดโพสต์เหล้า-เบียร์ลงโซเชียล

12 ตุลาคม 58 / อ่าน : 1,852

"พงพัศ พงษ์เจริญ" ร่วมหารือกับ "กระทรวงสาธารณสุข" แนวทางการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังกรณี ดารา-ศิลปิน โพสต์รูปผ่านโซเชียล หมอสมานยัน30ดาราโพสต์น้ำเมาเข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจน สธ.เรียกต๊อด-10ดาราโพสต์น้ำเมาให้ข้อมูลล็อตแรก

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ 30 ศิลปิน ดารา นักแสดงกรณีการโพสต์ภาพตัวเองกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า ถือว่ามีความผิด ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 แบ่งออกเป็น 2 กรณี โดยกรณีที่ 1 คือ มีความชัดเจนของการโฆษณา ทำให้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ถือว่าผิด ไม่จำเป็นต้องรับค่าตอบแทน แค่โพสต์ให้คนเห็นก็ผิดแล้ว ส่วนกรณีที่ 2 หากมีการแย้งว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า แต่อาจเข้าข่ายการอวดอ้างสรรพคุณ และมีพฤติกรรมร่วมโดยการชักจูงให้ดื่มโดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ใช้ภาพดารา นักร้อง นักแสดง นักกีฬา มาชักจูง เพราะคนกลุ่มนี้เป็นเหมือนแม่เหล็ก แค่โพสต์ภาพก็ทำให้คนเลียนแบบ รวมไปถึงการมีข้อความจูงใจดื่มแล้วดี หรืออะไรก็ตาม ทั้งหมดเข้าข่ายผิดมาตรา 32 ทั้งสิ้น 


หมอสมานยัน30ดาราโพสต์น้ำเมาเข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจน

"กรณีดาราโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าข่ายผิดชัดเจนไม่ว่ากรณีใดก็ตามของมาตรา 32 ส่วนจะเอาผิดดาราที่เข้าข่ายทั้ง 30 คนหรือไม่ ก็ต้องมาพิจารณาฐานความผิดต่างๆ แต่เบื้องต้นดารา 7 ใน 30 คนอาจต้องเรียกมาคุยมาให้ข้อมูลก่อน เนื่องจากดารา 7 คน อยู่ในแคมเปญของธุรกิจเหล้ายี่ห้อหนึ่ง ที่ออกมาจัดกิจกรรมให้ประชาชนถ่ายรูปลงกับอินสตราแกรม หากใครชนะก็จะได้ถ่ายรูปคู่กับดาราในกลุ่มนี้ ซึ่งก็ชัดเจนหรือไม่ ขณะเดียวกันช่วงนี้ก็ตรงกับช่วงเปิดตัวฉลากสินค้าใหม่อีก จึงดูเหมือนจะประจวบเหมาะกับการที่ช่วงที่ผ่านมากลุ่มดารามาโพสต์รูปลักษณะนี้ หนำซ้ำบางรายก็รับว่าโพสต์เพราะช่วยโปรโมต แม้ไม่รับค่าตอบแทนก็ตาม จึงเข้าข่ายผิดมาตรา 32 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในกลุ่มบุคคลทั่วไปอาจปรับได้ตั้งแต่ 2 แสนบาท 3 แสนบาท หรือ 5 แสนบาท แต่หากเป็นธุรกิจเหล้าจะมีโทษปรับสูงสุด 5 แสนบาท ส่วนจำคุกมักเป็นรอลงอาญา" นพ.สมาน กล่าว 

ต่อข้อถามดารา นักแสดงโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วรับสารภาพว่ากระทำด้วยตนเอง และขอเปรียบเทียบค่าปรับเท่านั้น นพ.สมาน กล่าวว่า ก็ทำได้ ส่วนใหญ่เวลามีปัญหาลักษณะนี้ก็จะออกมาในรูปดังกล่าวตลอด แต่ในทางกลับกันเจ้าพนักงานตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถใช้ดุลยพินิจได้ว่า จะให้เปรียบเทียบปรับ หรือส่งฟ้องศาล เพราะหากเป็นกรณีซ้ำซาก บ่อยๆ ก็จะเปรียบเทียบปรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีดารา นักแสดงต้องมาพิจารณา แต่ที่แน่ๆ จะไม่ใช่มวยล้มแน่นอน เพราะขณะนี้มีการพูดกันว่า ทางสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบปิดคดี และไม่ให้สาวถึงธุรกิจน้ำเมา ซึ่งใครที่ผิดต้องรับผิดหมด 

จากนั้นเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกันพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมายัง ห้องประชุมชั้น 2 กรมควบคุมโรค เพื่อร่วมประชุมกับทางสำนักงานฯ ในการหาแนวทางดำเนินการกับการกระทำลักษณะนี้ พร้อมทั้งจะมีการตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาเฉพาะ


สธ.เรียกต๊อด-10ดาราโพสต์น้ำเมาให้ข้อมูลล็อตแรก

วันที่ 12 ต.ค.2558 เวลา 14.30 น. นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) รักษาการอธิบดีคร. กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. นายอำนวย วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) และนพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คร. ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่มีศิลปิน ดารา นักแสดงโพสต์รูปตัวเองพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งนี้ ระหว่างแถลงข่าว นพ.อัษฎางค์ ได้มอบหนังสือขอความร่วมมือกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แก่ พล.ต.อ.พงศพัศ เพื่อช่วยกันติดตามบุคคลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ด้วย 

นพ.สมาน กล่าวว่า ขั้นตอนในการดำเนินการตรวจสอบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ก่อนส่งสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป ซึ่งจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ภายในเดือนนี้จะเชิญผู้ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดมาให้ข้อมูล 

นพ.สมาน กล่าวอีกว่า เบื้องต้นคาดว่าจะเชิญนายปิติ ภิรมย์ภักดี มาให้ข้อมูลเป็นบุคคลแรกในฐานะผู้ร้อง เนื่องจากมีการโพสต์อินสตาแกรมหรือไอจีส่วนตัวในทำนองว่าการเอาดารา ศิลปินมาโพสต์ภาพถ่ายคู่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงเฟซบุ๊กหรือไอจีมันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นคาดว่าจะส่งหนังสือเชิญภายในสัปดาห์นี้และให้เวลา 7-15 วัน ส่วนศิลปินดาราคาดว่าในล็อตแรกจะเชิญมาให้ข้อมูล จำนวน 10 คน ที่มีหลักฐานชัดเจน คือ 7 ดาราในแคมเปญของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งที่ให้โพสต์รูปตัวเองพร้อมแฮชแทกชื่อแคมเปญดังกล่าว พร้อมชื่อดาราเซเลบใน 7 คนที่อยากถ่ายรูปผ่านโซเชียลมีเดียและให้รางวัลเป็นไอโฟน จำนวน 7 คนและเจ้าของไอจี @mind_napasasi @newclear_hansa และ @domepakornlam ส่วนวุ้นเส้นและหญิงแย้ที่เคยเข้าให้การกับตำรวจแล้วนั้นก็จะเชิญมาให้ข้อมูลซ้ำด้วย 

"จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา จะพบปัญหาในการเชิญศิลปิน ดารา นักแสดงเข้ามาให้ข้อมูลจะมีข้ออ้างในการติดถ่ายละครหรือติดงานต่างๆ จึงจะขอความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ในการตั้งทีมพิเศษในการตรวจสอบพยานหลักฐานและการเชิญผู้เข้าข่ายกระทำความผิดมาให้ข้อมูล" นพ.สมานกล่าว 

ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับทางนพ.อัษฎางค์ และนพ.สมาน เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว รวมทั้งจากการติดตามข้อมูลทางเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ ของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พบว่ามีดารา นักแสดง และผู้มีชื่อเสียงที่เข้าข่ายประมาณ 30 คน และจากข้อมูลของ สตช.ยังพบว่าน่าจะมีมากกว่านี้อีกส่วนกรณีที่ทางวุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์และหญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข เข้าพบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น เป็นการขอเข้าพบเอง พร้อมทั้งให้ถ้อยคำต่างๆ ซึ่งทางตำรวจได้ส่งถ้อยคำให้แก่สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงอย่างไรก็ตาม เบื้องต้นหากพิจารณาตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ก็ถือว่าทั้งสองคนผิด แต่จะผิดลักษณะไหนก็รอทางนพ.สมาน รวบรวมหลักฐาน ร่วมกับดาราอื่นๆอีกราว 30 คน 

"ส่วนประชาชนทั่วไป หากมีการกระทำลักษณะดังกล่าวก็ต้องดูว่าเข้าข่ายผิดข้อบังคับตามกฎหมายมาตรา 32 หรือไม่ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน่วยงานตรวจสอบโซเชียลมีเดีย เราดูทุกเว็บไซต์อยู่แล้ว หากเข้าข่ายก็ถือว่าผิดเช่นกัน ดังนั้น งานนี้ไม่ได้เอาผิดแต่ดารา แต่ทุกคนทุกวิชาชีพที่เข้าข่ายผิดก็ต้องโดนหมด แต่หากไม่มีเจตนาเพื่อประโยชน์ทางการค้า ก็ไม่ต้องกังวล อย่างไรก็ตาม ได้ขอให้ทางสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ดำเนินการทำเรื่องบทลงโทษตามกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากประชาชนทั่วไปอาจยังไม่เข้าใจถึงกฎหมายเหล้า ซึ่งเป็นกฎหมายจำเพาะ โดยอาจไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิด" พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว



อ่านต่อที่: VOICE TV21NationNation


ความคืบหน้าคดีดัง



QR Code DDD Line
ddd025750101